Tue. Dec 6th, 2022

ในโลกของกีฬาฟุตบอลงนั้นก็มีทั้งเรื่องที่สวยงามและเรื่องที่เลวร้าย และกับสิ่งที่เลวร้ายที่ยังคงเป็นปัญหาที่ยังแก้ไม่ได้ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ก็คือเรื่อง นักฟุตบอลโดนเหยียดผิว มันเป็นปัญหาที่เรื้อรังมายาวนาน แม้จะหาวิธีการป้องกันและแก้ไขต่างๆนานา แต่ปัจจุบันก็ยังคงเป็นปัญหาหลักที่ส่งผลเป็นอย่างมากทำให้ วงการฟุตบอลดูไม่ดีมาเสมอ 

 คงไม่มีใครอยากเกิดมาแตกต่างกับคนอื่น การยอมรับในสังคมถือเป็นสิ่งสำคัญ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่สร้างความเลวร้ายไม่รู้จบ กับปัญหาการเหยียดสีผิวบรรดานักฟุตบอล ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ทั้งที่ทุกคนนั้นก็คือมนุษย์เช่นเดียวกัน

นักฟุตบอลโดนเหยียดผิว กับเหตุการณ์ที่ต้องจดจำไปจนตาย

นักฟุตบอลโดนเหยียดผิว

ปาทริค เอวร่า ก็เรียกได้ว่าการถูกเหยียดสีผิวส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นทั้งจากแฟนฟุตบอลและนักฟุตบอลด้วยกันเอง ซึ่งเรื่องนี้ที่เกิดขึ้นมาก็เกิดจากนักฟุตบอลด้วยกัน โดยเหตุการณ์นั้นก็คือการที่ หลุยส์ ซัวเรซ ซึ่ง ณ เวลานั้นเขาเป็นกองหน้าของสโมสร หงส์แดง ลิเวอร์พูล ซึ่งในการลงทำศึกแดงเดือดเกมนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากการที่ หลุยส์ ซัวเรซ ด่า ปาทริค เอวร่า ว่าเป็น นิโกร ซึ่งมันเป็นคำพูดที่เลวร้ายมากๆ กับนักเตะผิวดำ ส่งผลทำให้ หลุยส์ ซัวเรซ ต้องถูกแบนไปกว่า 8 เกมส์ และยังถูกปรับถึง 4 หมื่น ยูโร

นักฟุตบอลโดนเหยียดผิว

มาริโอ บาโลเตลลี่ นักฟุตบอลที่ถูกเหยียดสีผิวมาทั้งชีวิต โดยเหตุการณ์ที่เลวร้ายสุดๆก็คือในช่วง ปี 2018 ช่วงที่เขาอยู่กับ สโมสร นซ ใน ลีก เอิง ฝรั่งเศส โดยที่ในช่วงเวลานั้น เขาถูกเลือกเป็นเป้าหมายของการเหยียดสีผิวอย่างรุนแรง แทบจะทุกอย่างที่มีอยู่ในโลก เขาได้รับมันมาหมด ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลงเหยียดสีผิว หรือการทำเสียงลิงในสนามจากบรรดาแฟนบอลคู่แข่ง ซึ่งมันก็ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเขาเป็นอย่างยิ่งซึ่ง เรื่องนี้เขาก็เคยออกมาเรียกร้องให้หาทางแก้ไข แต่มันก็ไม่มีการแก้ปัญหาอะไรที่เกิดขึ้นแบบหมดจดเลย

ดานี่ อัลเวส ในช่วงที่เขาเล่นให้กับ สโมสร บาร์เซโลน่า ช่วงแรกเมื่อ ปี 2014 เขาก็ถูกโยนกล้วยลงมาในสนาม ซึ่งมันเป็นการเหยียดผิวอย่างชัดเจน 

กับปัญหาที่เกิดขึ้นยังคงเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกและยังเกิดขึ้นอยู่เสมอซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันจะจบลงเมื่อไหร่ 

เกาะติดข่าวกีฬาประจำวันนี้ ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก แชมเปี้ยนส์ลีก ลา ลีกา กีฬาอื่นๆ